เด็กใหม่ไปโรงเรียน

เด็กใหม่ไปโรงเรียน

เมื่อเช้าขับรถมาทำงาน ฟังรายการวิทยุ จส.100 ผู้ดำเนินรายการน่ารักมาก แจ้งกำหนดการเปิดเรียนให้ทราบเพราะจะได้วางแผนในเรื่องการหลีกเลี่ยงเส้นทางและเวลาติดขัด ผู้ดำเนินรายการสาวสองท่าน (ขออภัยจำชื่อไม่ได้) บอกว่า ทางตำรวจแจ้งเส้นทางสำหรับโรงเรียนดังใน กทม. ว่าจะมีบางโรงเรียนเปิดก่อนกำหนดเพื่อให้ “เด็กใหม่” ไปโรงเรียน จึงขอแจ้งให้ผู้ปกครอง (ของโรงเรียนใหม่) ใช้เวลาอย่างรวดเร็วในการส่งลูกลง คือ ให้ขับรถจอดให้ลูกลงหน้าประตู จะมีคุณครูและอาสาสมัครรับน้องๆต่อเอง และต้องสอนให้น้องภูมิใจว่าตนได้ทำหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมในส่วนรวม (ด้วยการลงรถเอง ทำให้รถไม่ติด) ที่ดิฉันแอบยิ้มไปด้วยก็คือประโยคที่ว่า “ถ้าจะกอดหอมลูก ให้ทำมาจากบ้าน” น่ารักจังค่ะ

บรรยากาศเด็กใหม่ไปโรงเรียน เป็นอะไรที่ Classic มากนะคะ โดยเฉพาะเด็กระดับอนุบาล (ตอนนี้อาจจะเริ่มตั้งแต่ เตรียมอนุบาล)เด็กๆ (และพ่อแม่) เห่อเครื่องแบบใหม่ เก็บภาพวันแรกที่ลูกไปโรงเรียน (ตอนนี้ไม่รู้เก็บอยู่ใน file ไหน อิอิ) จัดของใส่กระเป๋าครบไหม? ลูกจะหิวไหม? จะวางใจครูพี่เลี้ยงได้ไหม? โอ๊ย....พ่อแม่นี่หละค่ะเครียดกว่า

เคยถามเพื่อนๆที่เป็นคุณครูโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดว่า ทำไมเด็กๆ เวลาไปโรงเรียนวันแรกต้องร้องไห้ เพื่อนตอบอย่างมีเหตุผลน่ารับฟัง สรุปได้ดังนี้หนึ่ง- แปลกที่ สอง-เตรียมดีเกินไป สาม – ก็เห็นใครๆเขาร้อง

หนึ่ง-แปลกที่ นี่เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดเฉพาะเด็กเล็กระดับอนุบาลนะคะ เด็กวัยรุ่น หรือคนวัยทำงานพอไปเรียนหรือทำงาน “แปลกที่” ก็จะมีอาการ นอยด์ นีสด์ กันทั้งนั้น เมื่อใดก็ตามที่เราต้องไปอยู่ในสภาพที่ไม่คุ้นเคย ไม่น่าไว้วางใจ เจอคนใหม่ๆ ต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวนะคะ จะช้าจะเร็วขึ้นกับระดับพหุปัญญาของเด็กๆด้วยค่ะ (ทันสมัยตามแนวคุณแม่กุ้งเปี๊ยบ) ซึ่งทางโรงเรียนต่างๆก็พยายามปรับสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในวันแรกให้เป็นไปอย่างอบอุ่นเพื่อให้ไม่รู้สึกแปลกที่มากเกินไปค่ะ

สอง- เตรียมดีเกินไป ความตั้งใจจะให้เป็นวันประทับใจ อาจกลายเป็นวันวุ่นวายไปได้ หาก “คาดหวัง” มากเกินไป เด็กๆคงไม่กังวลใจหากเขาไม่เห็นพ่อแม่เสียงดังใส่กัน ว่าจะจอดรถยังไง ออกจากบ้านสายไป หรืออะไรอีกจิปาถะ ลองทำตัวให้เป็นวันสบายๆเหมือนเตรียมตัวไปเที่ยวห้าง อาจลดความกดดันให้กับ “เด็กใหม่” ได้นะคะ

สาม- ก็เห็นใครๆเขาร้อง อันนี้เหมือนเป็นสะกดจิตหมู่ หากมีเด็กคนไหนเริ่ม “เบะ” อาจต้องรีบ “แยกตัว” ออกไป หรือหากจะให้จดจำวันที่ดีแบบนี้เพื่อมาบอกเล่ากันในวันเติบใหญ่ การปล่อยให้ร้องไห้แล้ว(แอบ) ถ่ายภาพไว้ ก็น่าจะได้ประสบการณ์น่าจดจำไปอีกแบบ

ว่าแต่ คุณพ่อคุณแม่จะทำได้ใจเหรอค่ะ “กอด หอม” ที่บ้านให้เสร็จ
เฮ้อ...ใจจะขาด อยากไปเกาะรั้วรอโรงเรียนเลิก


PB-Mag Team

Comments

comments