ความฉลาดเข้าใจ (Naturalist Intelligence) ธรรมชาติ

ความฉลาดเข้าใจ (Naturalist Intelligence) ธรรมชาติ

เรื่องของเข้าใจธรรมชาติ ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือ การที่พ่อแม่เข้าใจตนเองก่อน (ประสบการณ์ชีวิตตนหรือบุคลิกภาพของเรา) แล้วไปทำความเข้าใจลูก เมื่อลูกได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่ที่ดี มีความอิ่มเต็มไว้ใจโลกใบนี้ ลูกก็พร้อมที่จะเข้าใจ ธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมตนได้

ส่วนคำว่า “เข้าใจธรรมชาติ” ในความหมายของ ศาสตราจารย์ Howard Gardner นั้นก็คือ ความสามารถในการรู้จักและเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจกฎเกณฑ์ ปรากฏการณ์ต่างๆ ของธรรมชาติ มีความไวในการสังเกตความเป็นไปของธรรมชาติ สามารถจัดจำแนก แยกแยะประเภทของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ โดย Gardner กล่าวว่าผู้ที่มีความฉลาดด้านนี้ มักจะเป็นนักธรณีวิทยา นักวิทยาศาสตร์ หรือนักสำรวจธรรมชาติ เป็นต้น

สำหรับเด็กที่มีความฉลาดด้านเข้าใจธรรมชาติมักเป็นเด็กที่ชอบสำรวจสิ่งต่างๆเองทั้งในบ้านและนอกบ้าน แน่นอนว่าการที่เด็กจะมีโอกาสทำเช่นนั้นได้ก็ขึ้นกับพ่อแม่ว่าจะให้ความอิสระแก่ลูกขนาดไหน ในการสำรวจสิ่งแวดล้อม หรือการเล่นของเด็กนั่นเอง

วิธีส่งเสริมความฉลาดด้านเข้าใจธรรมชาติ

1. ให้ลูกมีโอกาสได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการเล่นกับพ่อแม่หรือผ่านกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ กินข้าว การมอง การฟัง การดมกลิ่นต่างๆ ฯลฯ

2. หาโอกาสพาลูกไปเที่ยวชมธรรมชาติข้างนอกบ้าง เช่น สวนสาธารณะต่างๆ หรือ พาไปต่างจังหวัดที่มีธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติ ไม่ใช้เลี้ยงลูกอยู่แต่ในห้อง ขาดโอกาสได้สัมผัสของจริงนะค่ะ แม้อาจจะมีพ่อแม่บางท่านคิดว่า กลัวลูกจะไม่สบายหรือกลัวจะเจอสิ่งอันตราย แต่หมอคิดว่า หากเรารอบคอบ ระมัดระวังและวางแผนเป็นอย่างดีก่อนออกจากบ้าน ปัญหาเหล่านี้ก็จะลดลงค่ะ เด็กจะได้ยิน ได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในธรรมชาติ เกิดการกระตุ้นการทำงานของสมองค่ะ และยังเป็นการพัฒนาความฉลาดด้านอื่นด้วย

3. ให้เด็กมีโอกาสได้เจอสัตว์ประเภทต่างๆ ถ้าได้เลี้ยงสัตว์ เช่น สุนัข แมว ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเด็กที่ได้ใกล้ชิดสัตว์เอง แต่หากมีข้อจำกัด เช่น แพ้ขนสัตว์ ที่พักอาศัยก็ไม่อำนวย ก็ไม่ต้องเครียดไปค่ะ เขาอาจเจอสัตว์ในธรรมชาติ จากนกที่บินในสวนสาธารณะ ปลาในสระ ผีเสื้อในสวนดอกไม้ ก็ได้ค่ะ

4. ให้เด็กมีโอกาสปลูกพืชหรือดูแลต้นไม้ตามโอกาส เด็กได้เรียนรู้ความหลากหลายของพืชพรรณ ทั้งสี ขนาด รูปทรง การเติบโต กลิ่น ลักษณะที่สัมผัสโดนตัว เช่น พื้นหญ้า ฯลฯ จะเห็นว่าเด็กมีการตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้แตกต่างกันไป แต่หากไม่ให้โอกาสเด็กได้เรียนรู้หรือสัมผัสเลย เด็ก ก็อาจจะกลัวเมื่อโตขึ้นและอาจจะไม่อยากลองอะไรใหม่ๆ


PB-Mag Team

Comments

comments