Family center

คนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นอันดับต้นๆ คือ มองตัวเองก่อน ให้ประโยชน์กับตัวเองก่อน บางครั้งก็ลืมนึกถึงส่วนรวมและคนรอบตัว หากให้ความสำคัญกับตัวเองมากไปจนกลายเป็นคนเอาเปรียบ คนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ทำเพื่อตัวเองแล้วล่ะก็ คนสำคัญคนนั้นจะกลายเป็นคนไม่น่าใส่ใจและไม่น่าคบหาสมาคมด้วยอย่างยิ่งก็เป็นได้ค่ะ

เมื่อลองพิจารณาถึงระดับของการเป็นคนสำคัญก็ทำให้นึกถึงแรงขับที่เป็นเหตุให้เกิดความอยากที่จะ “เป็นคนสำคัญหรือสร้างตัวเองให้เป็นจุดศูนย์รวมของผู้อื่น” นั้นมีที่มาอย่างไร วันนี้มีมุมมองเล็กๆ จากแม่เกศมานำแสนอค่ะ

“คนสำคัญ” เกิดจากการมองตัวเราเองเป็นจุดศูนย์กลางของคนรอบข้าง ควบคู่ไปกับการที่คนรอบข้างหยิบยื่นมาจุดศูนย์กลางให้กับเราไม่ว่าจะเป็นเพราะความรัก ความเคารพนับถือหรือความชื่นชอบ ชื่นชมค่ะ สิ่งเหล่านี้ได้รับสะสมมาเป็นระยะเวลายาวนานจนฝังรากลึกลงในจิตใต้สำนึกและสะท้อนออกมาเป็นนิสัยหรือพฤติกรรมของตัวเราเอง ระยะเวลายาวนานที่แม่เกศพูดถึงนั้นหมายรวมถึง จุดเริ่มต้นและปริมาณของการให้ความรักของคุณพ่อคุณแม่ที่มอบให้กับลูกตั้งแต่วัยเด็กด้วยค่ะ ว๊ายย...เป็นไปได้อย่างไร การมอบความรักให้ลูกจะเป็นการสร้างนิสัยนี้ให้กับลูกด้วยเหรอ ใจเย็นๆ ค่ะ ... แม่เกศคิดว่า ความรักที่คุณพ่อคุณแม่มอบให้ลูกเป็นสิ่งที่ควรทำแน่นอนอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ต้องให้อย่างเพียงพอและพอดี ไม่มากจนอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างนิสัยที่แม่เกศกล่าวมานั้นให้กับลูก แต่ก็ต้องไม่น้อยเกินไปจนลูกรู้สึกว่า ได้รับความรักไม่พอนะคะ

สำหรับลูกเมื่อมาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านอดไม่ได้ที่จะให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับแรก จุดสนใจและจุดศูนย์รวมจะไปอยู่ที่ลูกอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากค่ะ เรารักลูก ห่วงลูก อยากให้ความอบอุ่นกับลูกให้เต็มที่ คิดถึงลูก อยากอยู่ใกล้ลูก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้หากทำโดยปราศจากแนวทางที่ถูกต้อง นอกจากลูกจะรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นของคุณพ่อคุณแม่แล้ว จะทำให้ลูกรับรู้ถึงการเป็น “ที่หนึ่ง” ของคุณพ่อคุณแม่เสมอค่ะ ความเป็นที่หนึ่งนี่เองที่แม่เกศเชื่อว่า จุดประกายให้กับการเป็น “คนสำคัญ” ด้วย ลูกจะเป็นคนสำคัญของคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่แปลกอะไร แต่ถ้าจะแปลกจนน่าเป็นห่วงนั่นคือ ลูกยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง และไม่ยอมรับฟังคนอื่นค่ะ หากลูกมาอยู่ที่จุดนี้เมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่คงต้องเตรียมรับมือและแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ แล้วถ้าสักวันหนึ่งเด็กน้อยคนนี้จะต้องควบตำแหน่ง “พี่ของน้อง” คำว่า “อิจฉาน้อง” จะคืบคลานตามติดมาทันที เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไขนะคะ เราสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้ความอดทนและความพยายามมากขึ้นค่ะ และที่แม่เกศคิดว่าน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการแก้ปัญหานี้คือ การสร้างนิสัยใหม่ให้ลูกด้วยการปรับความคิดของลูกให้มองเห็น “ครอบครัว” เป็นจุดศูนย์กลางแทนที่จะมองแต่ตัวเอง และเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้มาทำเพื่อ “ครอบครัว” ค่ะ

การมองครอบครัวเป็นจุดศูนย์กลาง สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะเข้าใจวิถีการปฎิบัติหรือใช้ชีวิตประจำวันร่วมกัน เรียนรู้ที่จะทำเพื่อทุกคนในครอบครัวอย่างเสมอภาค รับรู้ที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเต็มใจ รวมถึงยินดีที่จะเป็นผู้เสียสละให้กับสมาชิกครอบครัวด้วยเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการสอนให้ลูกมององค์รวมของสิ่งรอบตัว เข้าใจคนรอบข้างค่ะ แม้ว่าวิธีนี้อาจจะแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยลูกจะปรับมุมมองของตัวเองที่จะเห็นความสำคัญของคนอื่นมากขึ้น เมื่อลูกอยู่ที่โรงเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจต้องการให้ลูกได้เรียนรู้แบบ Child center แต่เมื่อกลับมาบ้านแล้ว แม่เกศเชื่อว่า คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจต้องการให้ลูกใช้ชีวิตแบบ Family center มากกว่าค่ะ


PB-Mag Team

Comments

comments