แสงสว่างในตัวลูก

แสงสว่างในตัวลูก

เริ่มหัวข้อตอนนี้อาจจะงงเล็กน้อยว่า แสงสว่างอะไร ทำไมลูกต้องมีแสงสว่างด้วย เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ (กระซิบ) จุ๊ๆ รู้แล้วบอกต่อด้วยนะคะ หุหุ

“แสงสว่างในตัวลูก” คือ ความเป็นตัวตนของลูกค่ะ เด็กแต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่กำเนิด เพียงแต่ว่าลูกจะมีโอกาสได้คิด ได้ทำและแสดงให้คนอื่น รวมถึงตัวลูกเองรับรู้ถึงความเป็นตัวของตัวเองนั้นหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ระหว่างทางของการเติบโตของลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยปรับ แต่ง เติมความถูกต้อง เหมาะสมให้กับลูกในหลายด้าน ทำให้บางครั้งอาจจะไปลบแสงสว่างในตัวลูก ทำให้ลูกไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา และหากเป็นแบบนี้เรื่อยไป ความเคยชินเหล่านี้จะทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ความเป็นตัวตนของลูกจะเลือนหายไป จางลงไป หรืออาจจะถึงจุดที่เรียกว่าสูญพันธุ์ ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีก เมื่อเกิดสภาวะเช่นนี้กับลูกจะส่งผลให้ลูกหันไปพึ่งพาแสงสว่างจากคนอื่นที่ส่องสว่างเสมือนเป็นแสงออร่าที่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกเลยค่ะว่า เราจะเห็นเด็กที่ชอบทำตามเพื่อน เพื่อนคนหนึ่งที่อาจเป็นหัวหน้ากลุ่มที่เด็กอื่นต่างชื่นชมและยอมทำตามด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อนคนนี้เท่ห์ เก๋ เก่ง แจ่มแจ๋ว หรือเพื่อนคนนั้นที่มีความโดดเด่นในด้านวิชาการ กีฬา ดนตรีที่คนรอบข้างให้ความสนใจและชื่นชมค่ะ

วัยเด็กน้อย ลูกยังไม่ต้องการโชว์แสงสว่างให้กับผู้อื่นเห็นมากมายนัก ลูกกำลังทำความเข้าใจที่จะรู้จักตัวตนของตัวเองโดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นแรงผลักดัน สนับสนุนและส่งเสริมอยู่เบื้องหลังมากกว่าค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักตัวเองเป็นการกระตุ้นให้ลูกกล้าที่แสดงออกสิ่งที่ลูกคิด สิ่งที่ลูกเป็น และกล้าที่จะลงมือปฎิบัตินะคะ สำหรับแม่เกศเองพยายามสอนลูกคือ ให้ลูกกล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองคิด แม้สิ่งที่ทำนั้นผิดพลาด ซึ่งคนส่วนใหญ่รวมถึงตัวแม่เกศบางครั้งเรากลัวความผิดพลาด ไม่กล้าที่จะทำอะไรบางอย่างเพราะกลัวว่าทำไปแล้วจะผิด หากลองคิดดูใหม่ว่า ทุกสิ่งที่เราไม่เคยได้ลองทำมาก่อน เป็นธรรมดาค่ะว่ามีโอกาสทำผิดพลาด แต่ถ้าเราไม่ลอง เราจะไม่รู้ว่าเราทำได้หรือไม่ เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าขีดความสามารถหรือศักยภาพของตัวเรานั้นมีมากแค่ไหนถ้าเราไม่ได้ลงมือทำนะคะ ดังนั้นแม่เกศจึงอยากให้ลูกกล้าที่จะสู้ กล้าที่จะเจอปัญหาและกล้าที่จะคิดเพื่อแก้ไขปัญหานั้น สุดท้ายแล้วลูกจะทำได้ตามที่แม่เกศคาดหวังไว้แค่ไหนก็สุดแล้วแต่ความพยายามของเราและของลูกค่ะ พื้นฐานของเด็กไม่เหมือนกัน เราผู้เป็นพ่อแม่มีหน้าที่สอนลูกอย่างเต็มที่ค่ะ สิ่งที่ลูกได้เรียนรู้ เราก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับลูกด้วย อย่างที่แม่เกศเคยบอกไว้นะคะ สอนลูกคนที่ได้คือ ลูก ก็จริงอยู่ค่ะ แต่คนที่ได้มากกว่าลูกคือ คุณพ่อคุณแม่เอง เพราะจะสอนลูกได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องคิดมาหลายตลบแล้วค่ะ ยิ่งคิด ยิ่งกลั่นกรอง นิ่งไตร่ตรองมากเท่าไหร่ ความคิดก็จะละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นเรื่อยๆ น่าอัศจรรย์ใจกับสมองของมนุษย์ค่ะสามารถเรียนรู้ที่จะคิดได้ลึกซึ้งและซับซ้อนมากมายขนาดนี้

แสงสว่างของลูกจะเจิดจ้าแค่ไหน ส่วนหนึ่งคือลูกสร้าง อีกส่วนคือ คุณพ่อคุณแม่ช่วยสนับสนุนนะคะ เพราะคุณพ่อคุณแม่เปรียบเสมือนเชื้อไฟที่เติมพลังให้กับไฟดวงน้อยดวงนี้ ความรัก ความห่วงใย ความอบอุ่น รวมถึงสายสัมพันธ์ภายในครอบครัวเป็นสิ่งที่หล่อหลอมความเป็นตัวตนของลูกให้สว่างขึ้นค่ะ ส่วนแสงสว่างที่ว่านี้จะสว่างแบบไหน สว่างแค่ไหน แม่เกศขอให้สว่างในลักษณะที่ถูกต้องก็พอค่ะ


PB-Mag Team

Comments

comments