Eastern and Western

Eastern and Western

เมื่อก่อนตอนหมอเป็นเด็กนักเรียน การคุยกับฝรั่งเป็นเรื่องใหญ่มาก เด็กคนไหนพูดภาษาอังกฤษได้ถือว่าฉลาด ผ่านมา 20 ปีค่านิยมนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงนัก เรายังรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาเรื่อย ๆ หมอเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมความรู้ใหม่ ๆ ต้องมาจากโลกตะวันตกตลอด แล้วเอเชียหัวดำ ๆ อย่างเราคิดอะไรเองไม่เป็นหรือไง พอดีมีโอกาสได้ไปเรียนต่างประเทศช่วงสั้น ๆ จึงเข้าใจมากขึ้น และอยากบอกคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนครับ

หมออยากสังเกตวิธีเรียนของเด็กฝรั่ง สถานที่ที่จะเจอเด็กฝรั่งได้ง่ายที่สุดคือพิพิธภัณฑ์ครับ ฝรั่งให้ความสำคัญกับพิพิธภัณฑ์มากเพราะเค้าให้ความสำคัญเรื่องการเรียนรู้ด้วยตัวเอง พ่อแม่จะพาเด็ก ๆ ไปเดินดูแล้วเมื่อเด็กสงสัยอะไรพ่อแม่ก็จะพยายามหาคำตอบ หรือถ้าตอบไม่ได้ก็จะช่วยกันคิดค้นกับเด็ก จะเห็นว่าพ่อแม่หลาย ๆ คนพาลูกมาเดินดูโน่นดูนี่ เด็กฝรั่งก็เลยเรียนจากของจริงคือ “ผล” แล้วค่อยย้อนกลับไปหา “เหตุ” ซึ่งเป็นกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์และเมื่อโตขึ้นใช้แนวคิดนี้ในการทำวิจัยเลยได้ความรู้ใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ครับ

หมอสังเกตเห็นว่าทุกสถานที่จะมีชื่อของบุคคลที่เคยทำประโยชน์ให้แก่ประเทศหรือเป็นคนที่คิดค้นความรู้ใหม่ ๆไม่ว่าจะเป็นชื่อถนน อาคาร หรือแม้กระทั่งม้านั่งตามสวนสาธารณะ ฝรั่งจะเรียนรู้ว่าแต่ละคนเคยทำอะไรมาบ้างอย่างลึกซึ้งไม่ได้รู้จักเพื่อขอเลขเด็ดเหมือนบ้านเรา เพราะว่าเค้าเคารพในความรู้ที่บรรพบุรุษมอบให้คนรุ่นหลังและเหมือนเป็นการสอนให้กับเด็กรุ่นใหม่ได้ทราบว่าความรู้หรือความดีที่ตัวเองสร้างไว้จะคงอยู่ตลอดไปทำให้เด็ก ๆ รู้สึกอยากทำอะไรเพื่อคนรุ่นต่อมาบ้าง นอกจากนี้ยังเข้มงวดกับลิขสิทธิ์ทางปัญญาอย่างมากการจะอ้างอิงแม้แต่คำพูดของใครก็ต้องบอกที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ทำให้ทุกคนภูมิใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดค้นก็จะเป็นของตัวเองตลอดไป

อีกสิ่งหนึ่งที่หมอสังเกตคือประเทศที่พัฒนาแล้วมักอยู่ในซีกโลกเหนือและมีอากาศเย็น ใครที่เคยไปอยู่เมืองนอกนาน ๆ จะรู้ว่าสภาพอากาศแปรปรวนมากอุณหภูมิสามารถเปลี่ยนได้ถึง 10 - 20 องศาในชั่วข้ามคืน และนั่นทำให้เค้าต้องเรียนรู้ที่จะเตรียมตัวเสมอ ทุกเช้าจะต้องดูพยากรณ์อากาศเพื่อวางแผนว่าวันนี้จะเล่นกีฬากลางแจ้งได้หรือเปล่าหรือต้องเตรียมร่มไปโรงเรียนด้วย และน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝรั่งรู้จักคุณค่าของเวลาเพราะอากาศและโอกาสดี ๆ ไม่ได้มาบ่อยนัก น่าเสียดายครับที่บ้านเราสภาพอากาศดีคงที่ตลอดทั้งปีเราเลยไม่ค่อยเห็นคุณค่าของช่วงเวลาดี ๆ มากนักแถมยังแอบขี้เกียจเพราะคิดว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ไม่ต่างกัน

กลับมาพูดถึงโลกตะวันออกบ้างครับ อาจารย์ของหมอเคยบอกไว้ว่าถ้าลองสังเกตเชื้อชาติต่าง ๆ ในโลกนี้จะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน เช่น ฝรั่งจะมีสติปัญญาดี ชาวแอฟริกาจะมีร่างกายแข็งแรงกำยำ แต่ชาวเอเชียจะมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่วัฒนธรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านศาสนาจึงมีอยู่อย่างแพร่หลาย และเราจะเห็นว่าชาวเอเชียจะมีความขยันมุ่งมั่นเป็นเลิศโดยเฉพาะเกาหลีหรือญี่ปุ่น และด้วยข้อดีเช่นนี้ทำให้หมอคิดว่าชาวเอเชียจะไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งในตอนนี้ก็มีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนแล้วว่าสภาพเศรษฐกิจในยุโรปและอเมริกาที่ย่ำแย่เกิดจากการขาดวินัยทางการเงินทำให้ฝรั่งใช้จ่ายไม่คิด แต่บ้านเราไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไรครับ

เรื่องหนึ่งที่หมอสังเกตว่าชาวเอเชียจะมีวัฒนธรรมการกินที่ซับซ้อนและกินได้ตลอดทั้งวัน เวลาพบหน้ากันก็มักถามว่ากินข้าวหรือยังหรือพบปะพูดคุยอะไรก็มักเป็นร้านอาหาร แต่ถ้าเป็นฝรั่งจะกินง่ายมากแค่แซนวิชจากบ้านชิ้นเดียวก็เป็นอาหารกลางวันได้แล้ว หมอลองคิดเล่น ๆ ว่าเป็นเพราะเรายึดติดกับการกินมากเลยทำให้เราเคยชินกับการหาความสุขจากการกินเท่านั้น พอกินแล้วมีความสุขก็ยิ่งอยากกินมากขึ้นหรืออยากทำอะไรให้มีความสุขก่อนกินมากขึ้นจนพัฒนาเป็นการถ่ายรูปลง facebook ก่อนกินตอนนี้เลยกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติไปแล้วครับ

ทิ้งท้ายนี้หมออยากพยากรณ์เล่นๆ ว่าอีก 10 ปีข้างหน้าโลกจะหมุนรอบเอเชียและเราจะมีความภูมิใจในความเป็นคนไทยมากขึ้น จะจริงหรือเปล่าอีก 10 ปีหน้ามาดูกันครับ


PB-Mag Team

Comments

comments