มาทำให้ ‘บ้าน’ เป็นสถานที่สร้างความฉลาดด้าน ‘ความเข้าใจธรรมชาติ’ ให้กับลูกกันเถอะ

มาทำให้ 'บ้าน' เป็นสถานที่สร้างความฉลาดด้าน 'ความเข้าใจธรรมชาติ' ให้กับลูกกันเถอะ

จะดีแค่ไหนถ้าเราทำให้บ้านกลายเป็นห้องทดลองทางธรรมชาติที่ทำให้ลูกมีความฉลาดด้านความเข้าใจธรรมชาติ แต่ก่อนจะก้าวไปถึงขั้นนั้น เราคงต้องมาทำความเข้าใจเรื่องความฉลาดในด้านความเข้าใจธรรมชาติกันก่อนดีไหมคะ ว่าความฉลาดด้านนี้มีประโยชน์อย่างไร ความฉลาดด้านความเข้าใจธรรมชาติ คือ ความช่างสังเกตต่อธรรมชาติต่างๆ รอบตัว ความสามารถในการรับรู้ความงามในธรรมชาติ ความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งต่างกับธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติของ นักวิทยาศาสตร์ นักอนุรักษ์ ศิลปิน แต่ถ้าเด็กๆ มีคุณสมบัติของสิ่งเหล่านี้อยู่ในตน ไม่ว่าจะทำอาชีพใดก็จะประสบความสำเร็จในอาชีพนั้น เช่น ถ้าเป็นเกษตรกรก็จะเป็นเกษตรกรที่เข้าใจและพัฒนาผลิตผลของดนไดั จนสามารถเป็นผู้นำเรื่องการเกษตรได้ เป็นนักกีฬาก็จะสามารถนำความเข้าใจเรื่องธรรมชาติมาใช้เป็นประโยชน์ในการแข่งขันจนประสบความสำเร็จในอาชีพได้เป็นต้น. นี่คงพอเป็นตัวอย่างคร่าวๆ ให้คุณพ่อคุณแม่พอจะมองเห็นภาพของความจำเป็นของความฉลาดทางธรรมชาติที่ควรส่งเสริมให้เกิดขึ้น มีขึ้นในตัวของลูกๆแล้วนะคะ ลองมาดูเรื่องราวของหนุ่มน้อยวัย 5 ขวบที่มีความใสใจในธรรมชาติรอบตัว ลองดูนะคะว่าเขาได้สร้างประเด็นการเรียนรู้ที่น่าสนใจอย่างไร

เมื่อหนุ่มน้อยวัย 5 ขวบมีความสงสัยเรื่องธรรมชาติ คุณจะตอบคำถามเขาอย่างไร

'คุณแม่ครับ หนอนมันเกิดจากอะไรครับ' แม่อึ้งไปสักครู่พยายามรวบรวมและประมวลผลข้อมูลในสมองอย่างรวดเร็ว
'หนอนเกิดจากแมลงค่ะลูก เช่นเวลาหนูเห็นของที่มันสกปรกแล้วมีหนอนขึ้นนั่นแหละ แมลงวันมันมาวางไข่ แล้วกลายเป็นหนอน' ลูกมีสีหน้าไม่แน่ใจ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
'แล้วหนอนที่มันกลายไปเป็นผีเสื้อ มันเกิดจากแมลงวันด้วยเหรอครับ' นั่นไง แสดงว่าคำตอบของคุณแม่ไม่ชัดเจนพอ
'คืออย่างนี้ค่ะลูก แมลงอะไรมันก็ไข่ได้ แล้วไข่ของมันaก็จะกลายเป็นหนอนของแมลงชนิดนั้นๆ' คราวนี้สีหน้าของเจ้าตัวเล็กค่อยยังชั่วขึ้น เริ่มมีแววแห่งความศรัทธาแม่อยู่ในสีหน้าขึ้นมารำไร แม่จึงรีบช่วงชิงโอกาส เอาอย่างนี้ลูกเรามาดูสมุดแมลงกันไหม ว่าแมลงแต่ละชนิดเขาออกไข่ฟองขนาดไหน แล้วไข่ของแมลงแต่ละชนิดจะกลายเป็นหนอนหน้าตาแบบไหน เป็นดักแด้อย่างไร พอดูเสร็จแล้วคุณแม่ก็ชวนเจ้าตัวเล็กทำสมุดบันทึกเล่มเล็กของเขาเอง เอาไว้ไปสังเกตหนอนที่อยู่ในสวนรอบบ้าน แล้วลองวาดหนอนที่สังเกตุได้มาเทียบกับหนังสือดู จะได้รู้ว่าหนอนที่ลูกเจอมาจากแมลงชนิดไหน

ไม่น่าเชื่อว่าเครื่องมือที่ให้ไปได้ผล จากวันนั้นพ่อหนุ่มตัวน้อย ก็ชอบออกไปด้อมๆ มองอยู่ตามสวน เพื่อหาหนอนที่มีลักษณะที่แตกต่างกัน แล้ววาดหนอนใส่สมุดเล่มเล็ก เหมือนบ้างไม่เหมือนบ้างก็ว่ากันไป แต่ที่สำคัญเขาได้เรียนรู้ที่จะบันทึก สังเกต และนำสิ่งที่วาดมาเทียบเคียงกับภาพหนอนในสมุด จากหนึ่งตัว เป็นสองตัว สามตัว และในที่สุดในสมุดก็เต็มไปด้วยหนอน แล้ววันหนึ่งหนุ่มน้อยข่างสังเกต ก็มีเรื่องราวใหม่มาเล่าให้แม่ฟัง

'คุณแม่ครับ หิ่งห้อยนี่มันออกไข่ด้วยนะครับ'
'เหรอคะลูก ก็น่าจะใช่นะเพราะหิ่งห้อยมันก็เป็นแมลง'
'แล้วคุณแม่คิดว่าหนอนของหิ่งห้อยเป็นอย่างไรครับ'
'เออ คุณแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะว่าคุณแม่ไม่เคยเห็น แล้วในหนังสือก็ไม่เห็นบอกนะคะ ว่าหน้าตาของหนอนหิ่งห้อยมันเป็นอย่างไร' แล้วพ่อหนุ่มน้อยก็ทำหน้าทรงภูมิ ประมาณว่าเขารู้ แต่แม่ไม่รู้
'ก็ผมสังเกตเห็นนะครับ หิ่งห้อยมันชอบบินไปตรงกลุ่มต้นโมกที่อยู่ใกล้ชายคลอง ผมก็เลยไปสังเกตตรงนั้นบ่อยๆ แล้ววันหนึ่งผมก็เห็นหนอน แล้วหนอนตัวนั้นนะครับ มันมีแสงเรืองๆ อยู่ตรงหางของมันด้วยหมือนกับหิ่งห้อยเลย' เล่าเสร็จก็อวดรูปหนอนหน้าตนพิลึกกึกกือ ที่โย้ไปเย้มาอย่างภาคภูมิใจ แม่เองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า หนอนหิ่งห้อยจริงแล้วมันเรืองแสงได้ไหม ถ้ามีสถานการณ์อย่างนี้ คุณแม่ลองคิดดูนะคะว่าเราจะทำอย่างไร

A : บอกลูกไปทันทีว่า หนอนหิ่งห้อยน่ะไม่เรืองแสงหรอก ทั้งๆที่ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าหนอนไม่เรืองแสงแน่ๆ เพราะโตป่านนี้เรายังไม่เคยเห็นหรือได้ยินเรื่องของหนอนเรืองแสงมาก่อนเลย ด้วยควมกลัวว่าลูกจะได้ข้อมูลที่ผิดๆ ไป

B : ฟังลูก อย่างให้ความสนใจ ชื่นชมที่เขาเป็นเด็กช่างสังเกต กระตุ้นให้เขาลองหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยค้นคว้าเรื่องหิ่งห้อยในเชิงลึก โดยอาจดูข้อมูลเบื้องต้นจากอินเตอร์เน็ต หรือพาลูกไปพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับแมลงเพื่อพูดคุยกับผู้รู้

C : ชื่นชมลูก ที่ลูกช่างสังเกต และเล่าเรื่องราวความช่างสังเกตของลูกให้ผู้อื่นฟังอย่างภาคภูมิใจ

ลองเลือกดูนะคะว่าถ้าเราเป็นคุณแม่ในเรื่องเราควรจะใช้สถานการณ์ไหนกับลูก แล้วเราจะมองเห็นวิธีการเลี้ยงลูกของเราสะท้อนผ่านการเลือกสถานการณ์ค่ะ

BBL Tip
ลองมาดูวิธีง่ายๆในการฝึกให้ลูกมีความฉลาดทางด้านความเข้าใจธรรมชาติกันดูนะคะ

1. เปิดโอกาสและกระตุ้นให้ลูกได้ออกไปเรียนรู้นอกบ้านโดยใช้ทุกประสาทสัมผัส คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เข้าไปเรียนรู้สภาพแวดล้อมในธรรมชาติอย่างเต็มที่

2. ให้เครื่องมือในการเรียนรู้ เช่น แว่นขยาย สมุดบันทึก สี กล้องส่องทางไกล เป็นต้น

3. เป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้โดยไม่เข้าไปจัดการ ชี้นำ หรือแทรกแซงกระบวนการเรียนรู้ของลูก และ จัดสภาพแวดล้อมของบ้านให้เหมาะกับการส่งเสริมความฉลาดทางด้านธรรมชาติให้กับลูก

4. เป็นผู้สังเกตุการณ์ที่ดี คอยจดบันทึกวิธีการเรียนรู้ของลูก เพื่อนำไปสู่การเห็นและเข้าใจ วิธีการเรียนรู้ในแบบของลูก เพื่อนำไปใช่ต่อยอดกับการสร้างกระบวนการเรียนรู้อื่นๆ

ความฉลาดทางด้านความเข้าใจธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญที่ควรส่งเสริมให้เกิดขึ้นในตัวลูก เพราะความเข้าใจธรรมชาติจะนำไปสู่ความฉลาดด้านอื่นๆ เช่น ความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางด้านวิทยาศาสตร์ ภาษา คณิตศาสตร์ เป็นต้น และความฉลาดทางด้านความเข้าใจธรรมชาติจะเริ่มต้นได้ที่บ้านค่ะ ไม่ใช่เริ่มจากที่โรงเรียน และ สามารถเริ่มได้ตั้งแต่เล็ก ไม่ต้องรอจนลูกเข้าโรงเรียนนะคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่จะพบว่า ถ้าเราส่งเสริมเรื่องนี้ให้กับลูกได้ การเลี้ยงลูกให้เก่ง ดี มีความสุข ก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกเยอะ ขอให้ทุกครอบครัวมีความสุขกับการเลี้ยงเจ้าตัวน้อยให้เป็นคนเก่งนะคะ


PB-Mag Team

Comments

comments