“สมาธิ” ช่วยพัฒนาการลูกได้

"สมาธิ" ช่วยพัฒนาการลูกได้

การมีสมาธินอกจากจะช่วยให้ลูกอยู่ในภาวะที่สงบ ยังส่งผลให้การทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะเมื่อถึงวัยที่จะต้องไปโรงเรียน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องค่อยๆ สอน ให้ลูกได้เรียนรู้ หากิจกรรมที่ทำให้ลูกมีใจจดจ่อและมีสมาธิกับสิ่งที่ลูกทำได้นั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจพัฒนาการตามช่วงวัยของลูกด้วยค่ะ เพราะเด็กวัยนี้มักไม่ค่อยอยู่นิ่ง สนใจสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่นานนัก โดยกิจกรรมที่ช่วยทำให้ลูกมีสมาธินั้นมีมากมาย

ธรรมชาติ
เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้ลูกเกิดสมาธิได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ฯลฯ ล้วนสามารถสอนให้ลูกเรียนรู้ได้ตลอดเวลา โดยคุณพ่ออาจจะชวนลูกปลูกต้นไม้สักต้น ให้เขาได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การขุดหลุม การเพาะเมล็ด รดน้ำ พรวนดิน การจดจ่อเฝ้าคอยการเติบโตของต้นไม้แต่ละต้น ซึ่งนอกจากจะปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ ความอ่อนโยน และสมาธิแล้ว ยังได้ฝึกการรอคอยด้วยค่ะ เพราะกว่าต้นไม้แต่ละต้นจะงอกเงยแตกกิ่งก้านสาขา

ดนตรีและการเคลื่อนไหว
ใครว่าการเคลื่อนไหวเป็นสมาธิไม่ได้ การร้องรำทำเพลงและทำท่าประกอบไปด้วย สามารถดึงดูดความสนใจของลูกได้อย่างดีทีเดียว นอกจากจะได้ฝึกประสาทสัมผัสแล้ว ลูกยังได้เรียนรู้เนื้อเพลง ทำนอง จังหวะและเรื่องของปฏิสัมพันธ์ด้วยค่ะออกมาแต่ละใบ ต้องรอดูทุกขั้นตอน

ฝึกสมาธิผ่านกิจวัตรประจำวัน
เด็กวัยนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง พ่อแม่ทำอะไรให้เป็นต้องขัดใจเสียหมด และมักอยากทำอะไรๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นข้อดีของพัฒนาการตามวัยที่ลูกจะได้ฝึกสมาธิจากการทำกิจวัตรนั้น เช่น การติดกระดุมเสื้อ การตักข้าวทาน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจจะแนะนำขณะที่ลูกกำลังปฏิบัติว่า ต้องติดกระดุมอย่างไรให้ตรง หรือทำอย่างไรดีถึงจะตักข้าวแล้วไม่หก

เล่านิทานส่งเสริมจินตนาการและสมาธิ
การอ่านหนังสือหรือการเล่านิทานจะช่วยให้เด็กอยู่นิ่ง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นนิทานก่อนนอนหรือเรื่องเล่าระหว่างวันของคุณพ่อคุณแม่ แต่ก็ต้องระวังเรื่องของอารมณ์และการมีส่วนร่วมของลูกด้วยนะคะ โดยต้องสังเกตด้วยว่าเจ้าตัวเล็กพร้อมจะฟังเรื่องเล่าจากเราหรือไม่


PB-Mag Team

Comments

comments