ยับยั้งชั่งใจ

ยับยั้งชั่งใจ

แม่เกศได้นั่งอ่านบทความที่อ้างอิงงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Stanford สหรัฐอเมริกา ว่าด้วยเรื่องของ The Stanford marshmallow experiment เกิดอาการสนใจขึ้นมาทันใด งานวิจัยอะไร ทำไมต้องเกี่ยวกับมาชเมลโล่ด้วย สืบค้นไปมาตามประสาแม่เกศ อ่านคร่าวๆ ได้ความว่า งานวิจัยนี้เริ่มดำเนินโดยนักจิตวิทยาชื่อ Walter Mischel ตั้งแต่ปี 1972 ค่ะ เป็นการศึกษาที่ต้องการทราบว่าพฤติกรรมยับยั้งชั่งใจของมนุษย์เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่า หากเราสามารถเลื่อนระยะเวลาที่จะหยิบจับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราได้เพื่อที่เราจะได้รับสิ่งที่ดีกว่า เราจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในอนาคตได้มากขึ้น

การทดลองเริ่มจาก นำเด็กผู้ชายและผู้หญิงในช่วงอายุ 4-6 ปีมาทดสอบในห้องหนึ่งที่จะมีโต๊ะตัวหนึ่งวางขนมที่เด็กชอบกิน (โอรีโอ้, มาชเมลโล่, เพรสเซล) เด็กแต่ละคนต้องนั่งอยู่ในห้องที่มีโต๊ะนี้ และผู้ใหญ่จะบอกเด็กว่า จะออกไปข้างนอกห้องประมาณ 15 นาทีแล้วจะกลับมาใหม่ ถ้าสามารถรอคอย ไม่กินขนมเหล่านี้ได้จนผู้ใหญ่กลับมาได้ จะให้มาชเมลโล่เพิ่มขึ้นอีก 1 ชิ้น แล้วก็จับตาดูพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน บางคนก็คอยได้ บางคนก็คอยไม่ได้ คอยไม่ได้นี้ก็มีแตกต่างกันไปค่ะ บางคนแรกๆ ก็ดูจะอดทนรอคอยได้แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้าก็หยิบมากิน หรือเด็กบางคนก็กินทันทีหลังจากผู้ใหญ่ออกจากห้องไป บางคนปิดตาเพื่อไม่ให้ตัวเองมองเห็นขนม บางคนนั่งจ้อง จ้องไปนานเข้าก็กิน (สามารถค้นหาคำว่า marshmallow experiment เพื่อดูคลิปวีดีโอเพิ่มเติมได้นะคะ) ซึ่งเด็กในกลุ่มทดลองนี้จะได้รับการติดตามพฤติกรรมไปจนเป็นผู้ใหญ่ ผลของการวิจัยคือ เด็กที่ยับยั้งชั่งใจและสามารถรอคอยจนได้รับมาชเมลโล่เพิ่มขึ้นอีก 1 ชิ้น เด็กเหล่านี้จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าเด็กที่ยับยั้งชั่งใจได้น้อยหรือยับยั้งชั่งใจไม่ได้เลย รอคอยไม่ได้ค่ะ

ผลการวิจัยไม่ว่าจะต้นเหตุมาจากการพัฒนาของสมอง ระบบประสาท จิตใจ อารมณ์ การอบรมสั่งสอน หรืออาจจะเป็นองค์ประกอบหลายอย่างผสมเข้าด้วยกันก็ตาม สิ่งที่แม่เกศคิดต่อจากการวิจัยนี้คือ หันมามองดูลูกเราเองค่ะ ปกติแล้วเราก็ควรสอนให้ลูกรู้จักการรอคอย รู้จักการยับยั้งชั่งใจ ซึ่งจะส่งผลให้อาการเอาแต่ใจตัวเองลดน้อยลง รู้จักอารมณ์ของตัวเองและที่สำคัญคือ มีสติ รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่อย่างไร ลูกในวัยเด็กอาจจะเข้าใจได้ไม่ดีและลึกซึ้ง แต่หากเราสะสมและสั่งสอนให้สิ่งเหล่านี้อยู่ในระบบชีวิตของลูก ผลของการสอนลูกตั้งแต่เล็กจะไม่ได้แสดงให้คุณพ่อคุณแม่เห็นแค่เพียงช่วงเวลานั้นเพียงอย่างเดียวค่ะ แต่ใช้ได้กับทุกช่วงวัย ปรับใช้ได้กับสถานการณ์ต่างๆ ที่ลูกจะต้องไปเจอในอนาคตด้วย ลองสังเกตลูกเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยแล้วคุณพ่อคุณแจะทราบค่ะว่า เราควรจะสอนให้ลูกรอคอยเพื่อจะได้กินมาชเมลโล่เพิ่มอีก 1 ชิ้นได้อย่างไร เราควรจะเติมเต็มในส่วนที่ลูกขาดหาย หรือยังไม่สมบูรณ์ได้อย่างไร เพื่อให้ลูกตัวเล็กของเรากลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพโตของสังคมต่อไปค่ะ


PB-Mag Team

Comments

comments