ความฉลาดด้านวินัย

โดย อุไรวรรณ เจริญถาวรพาณิช (ครูป๋วย)

"วินัยเริ่มที่บ้าน...สอนลูกหลานให้รู้ไว้" บทคำคล้องจองที่ติดหูคนในวัยเดียวกับครูป๋วยอันเนื่องมาจากการประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์ในวัยเด็ก ในเวลานั้นครูป๋วยเคยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เชยมาก และไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องจำเป็นแต่ประการใด แต่ตอนนี้ได้กลับกลายมาเป็นเรื่องที่ประทับเข้าไปถึงความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อได้โอกาสเข้ามาอยู่ในแวดวงการศึกษา รวมทั้งการทำหน้าที่แม่ของลูกและลูกศิษย์อีกเป็นจำนวนมากในวันนี้ค่ะ

เมื่อกล่าวถึงคำว่า "วินัย" แล้วหลายๆท่านจะรู้สึกเครียด อึดอัด ขึ้นมาทันทีเลยใช่มั๊ยค่ะ เพราะคำนี้มักจะพ่วงท้ายมากับความรู้สึกในด้านลบ อาทิ การลงโทษ การทำผิดวินัย ฯลฯ ก็ต้องยอมรับนะคะว่าสำหรับการอยู่ร่วม และร่วมอยู่ของผู้คนในสังคม ทุกๆสังคมต้องมีกฎมีระเบียบที่เป็นแบบแผนกลางของสังคมนั้นๆ และเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เด็กๆของเราก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทักษะสำคัญนี้เพราะเด็กๆก็เป็นสมาชิกหนึ่งในสังคมเช่นกัน สำหรับข้อบังคับทางสังคมนี้เราเรียกกันว่า "วินัยภายนอก" อันได้แก่กฎเกณฑ์ทั่วไปที่จะช่วยให้สังคมไม่เกิดความวุ่นวาย แต่วินัยภายนอกนี้ไม่ได้ช่วยนำพาชีวิตของเด็กๆให้ก้าวไปสู่การเพื่อการพึ่งพาตนเอง เพราะต้องอาศัยกฏ ข้อบังคับ ในการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา และธรรมชาติของมนุษย์คือ ความต้องการอิสระ นั่นเอง

เอกสารและการวิจัยจำนวนมากจึงกล่าวอย่างสอดคล้องกันว่า การปลูกฝังวินัยที่สำคัญที่สุดให้กับเด็ก คือการสร้างวินัยภายในตนเอง ด้วยการฝึกให้เด็กๆรู้จักการควบคุมตนเองให้ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดี ละเว้นการปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดี ไม่เป็นที่ยอมรับโดยสมัครใจ ซึ่งการประพฤติปฏิบัตินั้นจะเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อตนเอง และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน การเสริมสร้างวินัยภายในตนเองจึงสำคัญสำหรับเด็กพิเศษ หรือแม้กระทั่งเด็กทั่วไป เพราะไม่ว่าใครก็ไม่ชอบการควบคุมบังคับ การปลูกฝังความฉลาดในด้านนี้ เราจึงต้องเชื่อมโยงเรื่องของวินัยให้เป็นเรื่องราวเดียวกับชีวิตประจำวัน จนเป็นวิถีชีวิตที่ขาดไม่ได้ ความตระหนักรู้นี้จึงจะบันทึกกลายเป็น "วินัยภายในตนเอง" ในที่สุดค่ะ

tip how to spacial child

1.บริหารเวลาและจัดกำหนดตารางเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆให้เหมาะสมกับครอบครัวของตนเอง : คุณพ่อคุณแม่ที่สามารถจัดระบบเวลาในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้อย่างลงตัวกับสภาพครอบครัวของตนเอง และมีความพยายามที่จะสร้างวัฒนธรรมของครอบครัวได้อย่างชัดเจนจะช่วยให้ลูกเห็นความสำคัญของวินัยในเรื่องนั้นๆได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ วินัยในการรับประทานอาหารเช้า เนื่องจากวิถีชีวิตเมืองทำให้หลายครอบครัวละเลยอาหารมื้อสำคัญที่จะช่วยเติมพลังนี้ไป ในกรณีที่บ้านใดสามารถเตรียมอาหารในช่วงเย็นได้ ก็ใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์ได้ แต่ถ้าไม่สามารถจัดเตรียมได้ การซื้อหาอาหารเช้ามาให้ลูกๆได้รับประทานก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งนะคะ แต่ที่สำคัญคุณพ่อ คุณแม่ต้องจริงจังกับกิจวัตรในข้อนี้โดยไม่ละเลย แต่หาทางออกให้กับการจัดการค่ะ

2.เปิดโอกาสให้เด็กๆได้ร่วมวางแผนกิจวัตรต่างๆร่วมกับเรา : การให้ลูกๆมีส่วนร่วมกับเราในการร่วมแสดงความคิดเห็นของกิจวัตรประจำวันบางอย่าง อาทิ "ลูกจะจัดกระเป๋าหรือจะจัดชุดนักเรียนก่อนดีจ๊ะ" ซึ่งทั้ง 2 เรื่องก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพียงแต่การให้เด็กๆได้แสดงความคิดเห็นจะช่วยให้เด็กๆรู้สึกไม่อึดอัดกับการทำกิจวัตรต่างๆ และรู้สึกว่าตนเองสามรถจัดการเรื่องราวต่างๆเองได้ นอกจากจะช่วยให้ลูกมีวินัยแล้วเรายังได้เสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกอีกด้วยค่ะ

3.เสริมพลังใจด้วยการให้ความสนใจกับพฤติกรรมทางบวกเมื่อลูกเริ่มมีวินัยถดถอย : ต้องยอมรับว่าลูกก็ยังเป็นเด็กค่ะ มีบ้างที่จะรู้สึกว่าการปล่อยปะละเลยเป็นเรื่องของความเพลิดเพลิน เมื่อลูกเริ่มล้า พ่อแม่ต้องรีบเสริมพลังด้วยการหาจุดดีงามที่ลูกสามารถทำได้ดี แม้เพียงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยมากล่าวชื่นชม อาทิ "วันนี้ลูกเก่งมากเลยที่ช่วยแม่ล้างจานโดยไม่ต้องบอกนะคะ"(จริงๆแล้วลูกอยากเล่นน้ำ) และอย่าลืมกอด หอม มองตาแสดงความรักกับลูก พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทำในกิจวัตรประจำวันที่ลูกๆเริ่มท้อถอยมาทำต่อด้วยนะคะ เชื่อเลยค่ะว่าเด็กๆแรงมาพลังเต็มที่แน่นอน

4.ลำดับเหตุการณ์ก่อน - หลัง : เมื่อมีกิจกรรมเพิ่มเติมที่แตกต่างไปจากกิจวัตรประจำวัน พูดคุยและทำการลำดับกิจกรรมต่างๆร่วมกันก่อนเพื่อให้ลูกเข้าใจถึงสิ่งที่ควรทำในแต่ละช่วง เนื่องจากวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกันไป บางบ้านสามารถทำกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรได้ทุกวัน แต่ในบางครอบครัวต้องมีการปรับเปลี่ยนชีวิตไปตามปัจจัย ดังนั้นการบอกให้ลูกๆรู้ว่าวันนี้เราจะทำอะไร เพราะอะไร และควรทำอะไรก่อน อะไรหลัง จะช่วยให้ลูกลำดับเรื่องราวในชีวิตได้อย่างมีวินัย นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความเป็นเหตุเป็นผลให้กับลูกๆได้อีกด้วยนะคะ

5.เรียนรู้เวลาในการทำกิจวัตรต่างๆด้วยระบบเวลาที่ลูกเข้าใจได้ง่าย : คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ จะเคยชินกับการสอนลูกด้วยการบอกลูกให้ทำนั่น ทำนี่ ตามที่เราออกคำสั่ง แต่หลายครั้งเราลืมไปว่าลูกเรียนรู้เวลาที่จำทำกิจวัตรได้ด้วยภาษาง่ายๆ จากการเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน อาทิ "ตื่นนอน(7 โมงเช้า)แล้วเราก็พับผ้าห่มจัดที่นอนกันนะจ๊ะ" "หลังอาหารเย็น(1 ทุ่ม)เรามาสนุกกับการจัดเครื่องเขียนกันนะจ๊ะ" ฯลฯ จากนั้นเมื่อลูกเข้าใจเวลา เราก็ค่อยๆลดการบอกกล่าวว่าควรทำอะไร ไปใช้เป็นการบอกเวลาว่า "ตอนนี้ลูกตื่นนอนแล้วคนเก่ง" "ดีจังเรารับประทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วเราจะทำอะไรต่อกันนะ?" ฯลฯ เท่านี้ลูกๆก็จะรู้สึกถึงความเชื่อมโยงของการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันกับเวลา และลดความรู้สึกถึงความอึดอัดของการเป็นกฎเกณฑ์ ช่วยให้การมีวินัยเป็นส่วนหนึ่งชีวิต รวมทั้งบันทึกกิจวัตรลงไปเป็นวินัยในแบบของตนเองได้อีกด้วยค่ะ

6. เรียนรู้วินัยด้วยทางสายกลาง : รูปแบบของวินัยในตนเอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นวินัยในการจัดการชีวิตตนเอง ด้วยรูปแบบที่ไม่ตึงจนทำให้การทำสิ่งต่างๆเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากความพยายามในการฝึกลูกๆที่เป็นเด็กพิเศษหลายคนทำสิ่งต่างๆตามตารางการฝึกที่มากไป เด็กพิเศษหลายคนจึงกลายเป็นเด็กที่มีพฤติกรรม "เปลี่ยนแปลงไม่ได้" ต้องทำอะไรในชีวิตที่เหมือนเดิมตลอดเวลาจนน่ากังวล ดูแล้วจะเหมือนว่าเป็นเด็กที่มีวินัยแต่แท้จริงแล้วเด็กกำลังขาดทักษะความยืดหยุ่น การทำกิจกรรมบางอย่างจึงต้องออกแบบเพื่อให้เด็กมีความเข้าใจผู้อื่น โดยการจัดสถานการณ์ที่หลากหลาย และสังคมที่แตกต่างกัน เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้การแก้ปัญหา อีกทั้งต้องเป็นวินัยที่ไม่หย่อนไปตามเหตุผลที่เข้ามากระทบกับการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ดังนั้นความพอเหมาะพอดี จึงดีพอสำหรับการฝึกวินัยลูกค่ะ

7.เด็กเรียนรู้ได้ดีจากการ "เลียนแบบ" : ดังนั้นแบบอย่างในการส่งเสริมวินัยของลูกคือ การดูแบบอย่างวินัยของพ่อแม่ แต่ก็ไม่ได้เสมอไปนะคะเพราะในหลายๆครอบครัว ที่พ่อแม่ที่มีวินัยสูงแต่พ่อแม่ได้ยึดเอางานของลูกไปเป็นงานของตน เมื่อลูกไม่ได้รับการฝึกความรับผิดชอบในหน้าที่เล็กๆน้อยๆของตนเองและของครอบครัว ลูกๆจึงไม่เข้าใจและขาดโอกาสในการฝึกทักษะการใช้ความฉลาดทางวินัยไป ดังนั้นนอกจากพ่อแม่จะเป็นแบบอย่างทางวินัยกับลูกแล้วยังต้องทำหน้าที่ในการมอบหมายหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ให้กับลูกอย่างเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการด้วยนะคะ

เมื่อเราต้องการลูกที่มีความฉลาดด้านวินัย ซึ่งมีคุณสมบัติของความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยการไม่หลอกลวงตนเองและผู้อื่น มีความรับผิดชอบ เคารพในสิทธิของผู้อื่น มีระเบียบและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม ตรงต่อเวลา รู้จักกาลเทศะ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความอดทนขยันหมั่นเพียร รู้จักเสียสละ และมีความเห็นใจผู้อื่น สามารถพัฒนาตนจนสามารถอยู่ร่วม และร่วมอยู่กับผู้อื่นได้อย่างเป็นสุขลูกจึงต้องการพ่อแม่ที่มี "การจัดการเวลาที่เหมาะสม" ฉนั้นการเพิ่มทักษะและความฉลาดทางวินัยเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้อง "ลงทุนด้วยเวลา" และทุกท่านจะได้กำไรเป็นลูกที่มีความฉลาดด้านวินัยภายในตนเองที่ใช้เท่าไหร่ ต้นทุนก็ไม่มีวันหมดค่ะ


PB-Mag Team

Comments

comments