การเดินทางให้ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์

เนื่องจากมีคุณแม่หลายท่านที่ต้องการเดินทางโดยสารกลับบ้านหรือท่องเที่ยวก็ตามแต่ระหว่างตั้งครรภ์จะทำได้หรือไม่ แล้วจะส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างไร เป็นข้อกังวลที่พบบ่อย ซึ่งสิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ ประวัติการฝากครรภ์ อายุครรภ์ ระยะทาง พาหนะที่เดินทาง

ประวัติการฝากครรภ์ ที่ผ่านมาว่าปกติดีหรือไม่ สำหรับคุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงระหว่างฝากครรภ์ เช่นความดันโลหิตสูง มีโรคประจำตัวต่างๆ โลหิตจาง เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด ภาวะน้ำเดิน ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางเนื่องจากคุณแม่กลุ่มนี้ควรพักผ่อนมากๆ ไม่ควรเดินทางไกลเพราะการกระทบกระเทือนจากการเดินทางอาจส่งผลเสียได้ รวมถึงการเดินทางบางประเภทเช่นเครื่องบิน ความกดอากาศภายนอกจะทำให้ระดับออกซิเจนในบรรยากาศลดลง แม้อยู่ในเครื่องบินที่ถูกปรับเรื่องความกดอากาศก็ตามแต่พบว่าระดับออกซิเจนจะอยู่ประมาณ 85% ของปกติซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปก็จะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่การตั้งครรภ์ลูกจำเป็นต้องได้รับออกซิเจนจากเลือดแม่ และภาวะโลหิตจางในขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลเสียทำให้มีอาการหน้ามืด เวียนศรีษะ อ่อนเพลียได้ครับ

อายุครรภ์ที่เหมาะสมสำหรับการเดินทาง

ไตรมาสที่ 1 (0-3 เดือน) การเดินทางในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์สามารถทำได้ แต่คุณแม่ควรจะเพิ่มความระมัดระวังและดูแลตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากในช่วง 3 เดือนแรกเป็นช่วงที่ยังเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย
ไตรมาสที่ 2 (4-6 เดือน) ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะโอกาสเสี่ยงต่อการแท้งลดลง ร่างกายแข็งแรงขึ้น สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น อาการแพ้ท้องเริ่มดีขึ้นแล้ว
ไตรมาสที่ 3 (7-9 เดือน) อาจมีข้อจำกัดจากทางสายการบินมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงใกล้คลอด และเพื่อป้องกันการคลอดระหว่างเดินทาง สายการบินส่วนใหญ่จึงห้ามคุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 36 สัปดาห์เดินทาง โดยทั่วไป ถ้าก่อนอายุครรภ์ 28สัปดาห์ สามารถเดินทางได้ แต่ถ้าหลัง 28 สัปดาห์ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ครับระบุอายุครรภ์ และความปลอดภัยในการโดยสาร

ระยะทาง ระยะเวลาการเดินทาง รวมถึงพาหนะที่เดินทาง ก็อาจเป็นสิ่งที่ใช้พิจารณาถึงความเหมาะสมในการเดินทาง เนื่องจากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ใช้ระยะเวลานาน เนื่องจากลดระยะเวลาที่จะถูกกระทบกระเทือนจากภายนอก และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดดำอุดตันเนื่องจากอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน รวมถึงจากสรีระตอนตั้งครรภ์ที่ไม่เหมาะสมต่อการเดินทางจะทำให้มีอาการปวดหลังได้ครับ จากข้อมูลที่ศึกษาThe Journal of the American Medical Association ระบุว่า การเสียชีวิตของทารกที่อยู่ในครรภ์ 4 จาก 5 ราย มีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ดังนั้นเมื่อเลี่ยงไม่ได้ถ้าต้องเดินทางก็ควรปฏิบัติตนให้เหมาะสม โดยคาดเข็มขัดนิรภัยโดยไม่ให้สายคาดผ่าบริเวณท้อง เปิดระบบถุงลมนิรภัยตามปกติ ปรับเบาะนั่งให้สบายโดยห่างจากพวงมาลัยมากที่สุดที่จะไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่ ถ้าเดินทางไกลควรหยุดพักเพื่อลุกเดิน เปลี่ยนท่าทาง ทุก 1-2 ชั่วโมง เป็นต้นครับ และที่สำคัญควรศึกษาเส้นทางการเดินทาง รวมถึงโรงพยาบาล ถ้ามีเหตุฉุกเฉินรีบเข้าทำการรักษาทันที และที่สำคัญคือพกสมุดฝากครรภ์ไปด้วยทุกครั้งที่ออกจากบ้านครับ


PB-Mag Team

Comments

comments