ความรักของพ่อแม่สำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาสมองลูก

ความรักของพ่อแม่สำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาสมองลูกความรักของพ่อแม่สำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาสมองลูก
เด็กต้องการสัมพันธภาพที่อบอุ่นและปลอดภัยในการเรียนรู้สิ่งที่พ่อแม่ควรทำเพื่อเป็นปัจจัยเกื้อหนุนต่อการเรียนรู้ของสมองลูกคือการแสดงพฤติกรรมแห่งความรักอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่ยากหรอกค่ะ ถ้าเราใช้หัวใจรักของพ่อแม่แล้วลองทำตามเทคนิคง่ายที่จะนำเสนอต่อไปนี้ แล้วเรามาลองดูกันว่าสมองของลูกเราจะพัฒนาไปได้ไกลอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ถ้าอยากให้ลูกมีความรู้สึกมั่นคงและเชื่อมั่นต่อโลกใบนี้ คุณก็ต้องให้เวลากับลูกอย่างเต็มที่ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสสังเกต และรู้จักพ่อแม่โดยใช้อวัยวะรับสัมผัสทั้ง 6 ของเขาทำงานอย่างเต็มที่ และพ่อแม่เองก็จะได้มีโอกาสสังเกต ทำความเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกได้อย่างเหมาะสม ความเชื่อมั่นของลูกนี่แหละค่ะเป็นประตูการเรียนรู้บานแรกที่พ่อแม่สามารถเปิดให้ลูกได้

ลองหาเวลาที่เงียบสงบอยู่กับลูกสักหนึ่งช่วงเวลาใน หนึ่งวันเพื่อพูดคุยกับลูกด้วยโดยใช้ภาษาที่ง่ายๆ และใช้น้ำเสียงที่สงบ มั่นคง และพยายามสบตากับลูกให้บ่อยที่สุด

เมื่อเราอยู่กับลูก ความรักความอ่อนโยนของพ่อแม่จะช่วยลูกได้อย่างมากในการพัฒนาสมองของเขา พ่อแม่ควรตั้งใจฟังทุกๆเสียงที่ลูกแสดงออก แสดงความสนใจต่อการออกเสียงของเขาโดยการเลียนเสียงของลูก ชื่นชมกับการสื่อสารทุกอย่างของลูกด้วยความรักความอ่อนโยน ทั้งหมดนี้จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการและการมีส่วนร่วมของลูกอย่างมาก

โอบกอดลูกเมื่อลูกต้องการให้เรากอด และเมื่อเราตอบสนองต่อการร้องขอของลูก พ่อแม่ก็ควรสื่อสารกับลูกในทุกอิริยาบถที่เราแสดงออกกับลูกเช่น “แม่กำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกนะคะ” หรือ “หนูต้องการไปข้างนอกไหมคะลูก”

เมื่อทำกิจวัตรประจำวันกับลูกพ่อแม่ควรอธิบายว่ากำลังทำอะไรกับลูกอยู่ และควรอดทน รอคอยเพื่อให้ลูกร่วมมือกับเราในการทำกิจกรรมนั้นๆ
หากลูกร้องไห้ หรือเคลื่อนไหวร่างกายโปรดจงเข้าใจด้วยว่านั่นคือความพยายามของลูกที่จะสื่อสารกับเรา สิ่งพ่อแม่ควรทำก็คือ พยายามตอบสนองความต้องการของลูกอย่างอดทนสงบ และเคารพต่อ

ความแตกต่างที่เป็นความเฉพาะตัวของลูก
ในการเล่นกับลูก สิ่งที่พ่อแม่ควรระวังก็คือ ระดับความอดทนของลูก เช่น ความเร็ว ความแรง การเคลื่อนไหว เสียงที่ดัง หรือการเปลี่ยนตำแหน่งของร่างกายอย่างรวดเร็ว เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องสังเกตและพึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งไม่อย่างนั้นการเล่นสนุกเพื่อสร้างสรรค์ปัญญา อาจนำพาให้กลายเป็นการเล่นที่สร้างความทุกข์ให้กับครอบครัวได้

กิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาให้กับลูกได้คือ การเล่าเรื่องของพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าทั่วไป การร้องเพลง การอ่านหนังสือนิทาน ล้วนเป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาความสามารถทางภาษาทั้งสิ้น

เวลาตื่นนอนเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ลูกและเราปรับตัวเข้าหากันได้ ลองทักทายลูกด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนในทุกๆ เช้าเมื่อเขาตื่นนอน กิจกรรมง่ายๆ อย่างนี้จะทำให้ลูกมีความสุขและพร้อมที่จะเรียนรู้ไปได้ทั้งวัน

การดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการที่เหมาะสม รวมไปถึงการดูแลให้ลูกรู้สึกสบายตัวด้วยการอาบน้ำ ดูแลเรื่องความเปียกชื้น จะทำให้ลูกสามารถพัฒนาความเชื่อมั่นต่อพ่อแม่ และจะขยายความเชื่อมั่นนี้ไปสู่คนอื่นๆ รอบตัวและโลกภายนอกในที่สุด ซึ่งสิ่งนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสังคม

ถ้าหากพ่อแม่มีความเข้าใจลูกและปรับกระบวนการในการดูแลในเรื่อง อาหาร อากาศ อารมณ์ การนอน การขับถ่าย ให้สอดคล้องกับนิสัยของลูก จะทำให้ลูกสามารถสร้างจังหวะของชีวิตให้กับตัวเองได้ ซึ่งจังหวะชีวิตของลูกจะส่งผลต่อกระบวนการทำความเข้าใจต่อการรับข้อมูล เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้เมื่อลูกโตขึ้น

อย่าลืมว่าลูกวัยนี้เป็นวัยที่กำลังเลียนแบบพ่อแม่ในทุกๆ เรื่อง พ่อแม่จึงควรฝึกทักษะของตนเองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเครียด ถ้าเราสามารถเผชิญหน้ากับความเครียดได้อย่างมีสติก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกในการพัฒนาความสามารถนี้

เล่นด้วยรักทักษะนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ส่งเสริมลูกได้ การเปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระด้วยตัวเองโดยที่พ่อแม่ไม่เข้าไปแทรกแซงการเล่นของลูก เว้นแต่การเล่นนั้นจะทำให้เกิดอันตรายหรือบาดเจ็บได้ ก็จะเป็นอีกกระบวนการที่จะช่วยส่งเสริมทักษะการคิดเชื่อมโยงต่อยอดสร้างสรรค์ของลูกเมื่อลูกโตขึ้น

ให้การยอมรับและรักในสิ่งที่ลูกเป็นไม่ใช่อยากให้ลูกเป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็น การยอมรับของพ่อแม่สำคัญต่อหัวใจดวงน้อยของลูกเป็นอย่างยิ่ง เพราะสิ่งนี้จะสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองและยอมรับตนเองเมื่อลูกต้องออกไปเผชิญโลกกว้างเมื่อถึงวัยเรียน


PB-Mag Team

Comments

comments